2 จำนวนผู้เข้าชม |
ความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจ
เมื่อวานเราทำความรู้จัก พ.ร.บ. ไปแล้ว วันนี้เรามาเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ เพราะหลายคนยังสับสนว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วควรใช้สิทธิ์จากตัวไหน หรือใช้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกันไหม
การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้องและเต็มที่เมื่อเกิดเหตุจริงครับ
ภาพรวมความแตกต่างหลัก
พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ พ.ร.บ. เน้นการคุ้มครองบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องความผิด ในขณะที่ประกันภาคสมัครใจเน้นการคุ้มครองทรัพย์สินและความรับผิดที่ครอบคลุมกว่า
ความแตกต่างด้านที่มาและข้อบังคับ
พ.ร.บ.
มีที่มาจากกฎหมายครับ รัฐบาลออกกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี ใครไม่มีมีโทษปรับ เบี้ยประกันถูกกำหนดโดยภาครัฐและเท่ากันทุกบริษัท ไม่มีการแข่งขันด้านราคา
ประกันภาคสมัครใจ
เป็นการตัดสินใจของผู้เอาประกันเองว่าจะซื้อหรือไม่ ซื้อชั้นไหน และกับบริษัทไหน เบี้ยประกันแตกต่างกันตามความเสี่ยงและบริษัท มีการแข่งขันด้านราคาและเงื่อนไขระหว่างบริษัทต่างๆ
ความแตกต่างด้านความคุ้มครอง
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไร?
คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินถนน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด สามารถรับค่าเสียหายเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด
ประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอะไร?
ครอบคลุมกว้างกว่ามากครับ ทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความเสียหายต่อตัวรถ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมถึงความคุ้มครองพิเศษอื่นๆ ตามชั้นที่เลือก
ตารางเปรียบเทียบโดยละเอียด
| ประเด็น | พ.ร.บ. | ประกันภาคสมัครใจ |
| ข้อบังคับ | บังคับตามกฎหมาย | ตามความสมัครใจ |
| เบี้ยประกัน | รัฐกำหนด ราคาเดียวทุกบริษัท | แตกต่างตามบริษัทและความเสี่ยง |
| คุ้มครองชีวิตและร่างกาย | มี ไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด | มี แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข |
| คุ้มครองทรัพย์สิน | ไม่มี | มี ตามชั้นที่เลือก |
| คุ้มครองตัวรถ | ไม่มี | มี บางชั้น |
| วงเงินสูงสุด | จำกัดตามที่กฎหมายกำหนด | ตามที่ระบุในกรมธรรม์ |
| ผู้ได้รับความคุ้มครอง | ทุกคนที่ประสบเหตุ | ตามที่ระบุในกรมธรรม์ |
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ใช้ พ.ร.บ. หรือประกันภาคสมัครใจก่อน?
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุดครับ คำตอบคือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน แต่มีลำดับที่ถูกต้อง
สำหรับค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บ
เริ่มต้นจาก พ.ร.บ. ก่อนครับ เพราะสามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด วงเงินค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. จะถูกใช้ก่อน
ถ้าค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าวงเงิน พ.ร.บ. ส่วนที่เกินจะเรียกร้องจากประกันภาคสมัครใจของรถฝ่ายผิดต่อไป
สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินและรถยนต์
ใช้ประกันภาคสมัครใจเท่านั้น เพราะ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองส่วนนี้เลย
สำหรับค่าชดเชยในส่วนที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม
เรียกร้องจากประกันภาคสมัครใจของรถฝ่ายผิด ซึ่งมีวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่สูงกว่า พ.ร.บ. มาก
กรณีพิเศษที่ต้องเข้าใจ
กรณีรถฝ่ายผิดไม่มีประกันภาคสมัครใจ
ถ้ารถที่ก่อเหตุไม่มีประกันภาคสมัครใจ ผู้บาดเจ็บยังได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ของรถนั้นอยู่ แต่สำหรับความเสียหายส่วนที่เกินจากวงเงิน พ.ร.บ. ต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคนขับโดยตรง ซึ่งอาจยุ่งยากและใช้เวลานาน
กรณีรถฝ่ายผิดหลบหนีและไม่ทราบข้อมูล
ถ้าไม่สามารถระบุรถที่ก่อเหตุได้เลย สามารถเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยซึ่งบริหารโดย คปภ. ได้ในบางกรณี
กรณีเจ้าของรถและคนขับเป็นฝ่ายผิด
พ.ร.บ. ให้สิทธิ์ค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดด้วย แต่ในส่วนค่าสินไหมทดแทนหลังพิสูจน์ความผิดแล้ว ฝ่ายผิดจะไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนจาก พ.ร.บ. ของตัวเองในส่วนนั้น
ตัวอย่างการใช้ พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจร่วมกัน
คุณสมชัยขับรถชนรถของคุณสมหมาย ทั้งคุณสมชัยและคุณสมหมายได้รับบาดเจ็บ คุณสมชัยเป็นฝ่ายผิด
สำหรับค่ารักษาพยาบาลของคุณสมหมาย
ขั้นที่ 1 ใช้ พ.ร.บ. ของรถคุณสมชัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น 30,000 บาทก่อน
ขั้นที่ 2 ถ้าค่ารักษาพยาบาลรวมอยู่ที่ 60,000 บาท ส่วนที่เกิน 30,000 บาทใช้ประกันภาคสมัครใจของคุณสมชัยจ่ายต่อ จนครบวงเงินรวม 80,000 บาทตาม พ.ร.บ. หรือตามวงเงินประกันภาคสมัครใจ
ขั้นที่ 3 ค่าซ่อมรถของคุณสมหมาย ใช้ประกันภาคสมัครใจของคุณสมชัย ส่วน พ.ร.บ. ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้เลย
สำหรับค่ารักษาพยาบาลของคุณสมชัยเอง
ถ้าคุณสมชัยมีประกันสุขภาพส่วนตัว สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพนั้นได้ หรือถ้ามีประกันภาคสมัครใจที่รวมความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ไว้ด้วย ก็สามารถใช้สิทธิ์นั้นได้เช่นกัน
สิ่งที่หลายคนยังเข้าใจผิด
เข้าใจผิดที่ 1 มี พ.ร.บ. แล้วไม่ต้องมีประกันภาคสมัครใจ
พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายในวงเงินที่จำกัดมาก ถ้าไม่มีประกันภาคสมัครใจ ความเสียหายต่อทรัพย์สิน รถยนต์ และค่ารักษาพยาบาลที่เกินวงเงิน พ.ร.บ. ต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด
เข้าใจผิดที่ 2 มีประกันชั้น 1 แล้วไม่ต้องทำ พ.ร.บ.
ผิดครับ กฎหมายบังคับต้องมี พ.ร.บ. แยกต่างหาก แม้จะมีประกันชั้น 1 อยู่แล้วก็ตาม ถ้าไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับทันที
เข้าใจผิดที่ 3 เคลม พ.ร.บ. แล้วจะกระทบประกันภาคสมัครใจ
การใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจเป็นคนละสัญญากัน การเคลม พ.ร.บ. ไม่ได้ส่งผลต่อส่วนลด NCB ของประกันภาคสมัครใจ
สรุป
พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจทำงานร่วมกันเพื่อให้ความคุ้มครองที่ครบถ้วน โดย พ.ร.บ. ทำหน้าที่เป็นฐานความคุ้มครองชีวิตและร่างกายที่รวดเร็วโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ส่วนประกันภาคสมัครใจขยายความคุ้มครองในส่วนที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม ทั้งทรัพย์สิน รถยนต์ และวงเงินที่สูงกว่า การมีทั้งสองอย่างพร้อมกันจึงเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ครบถ้วนและชาญฉลาดที่สุดสำหรับทุกคนที่ขับรถ
ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ
คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์ รหัสนายหน้า AM00035138 ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357 ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901 โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138 www.srikrungmgmnetwork.com | www.ศรีกรุง.com