3 จำนวนผู้เข้าชม |
Deductible หรือค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร?
เคยเคลมประกันแล้วได้เงินไม่เต็มจำนวนความเสียหาย ทั้งที่ความเสียหายอยู่ในความคุ้มครองชัดเจนไหมครับ
ส่วนต่างที่หายไปนั้น อาจมาจากสิ่งที่เรียกว่า Deductible หรือค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่มีอยู่ในกรมธรรม์หลายประเภท วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ชัดเจนครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับเงินในกระเป๋าคุณโดยตรง
Deductible คืออะไร?
ค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible คือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเองก่อน ในแต่ละครั้งที่เกิดความเสียหาย ก่อนที่บริษัทประกันจะเริ่มจ่ายค่าสินไหมในส่วนที่เหลือ
พูดง่ายๆ คือ ถ้ากรมธรรม์มีค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท และเกิดความเสียหาย 20,000 บาท คุณจะต้องรับผิดชอบ 5,000 บาทแรกเอง ส่วนบริษัทจะจ่ายส่วนที่เหลือคือ 15,000 บาท
ทำไมกรมธรรม์ต้องมี Deductible?
ลดเบี้ยประกัน
นี่คือเหตุผลหลักที่หลายคนเลือกกรมธรรม์ที่มีค่าเสียหายส่วนแรกครับ เพราะยิ่งคุณยอมรับความเสี่ยงในส่วนแรกมากเท่าไหร่ เบี้ยประกันก็จะถูกลงตามไปด้วย บริษัทไม่ต้องรับภาระความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมด
ลดความเสียหายเล็กน้อยที่ไม่คุ้มกับการเคลม
ถ้าไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ผู้เอาประกันอาจเคลมทุกความเสียหายแม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อย ทำให้บริษัทต้องดำเนินการเคลมจำนวนมากซึ่งมีต้นทุนในการดำเนินงาน ค่าเสียหายส่วนแรกช่วยกรองความเสียหายเล็กน้อยให้ผู้เอาประกันรับผิดชอบเอง
ลดความเสี่ยงด้านศีลธรรม
เมื่อผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบส่วนหนึ่งของความเสียหายเอง จะมีแรงจูงใจในการดูแลและระมัดระวังทรัพย์สินของตัวเองมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายโดยรวม
ประเภทของ Deductible
Deductible แบบจำนวนเงินคงที่
กำหนดเป็นจำนวนเงินตายตัว เช่น 1,000 บาท หรือ 5,000 บาทต่อครั้งที่เกิดเหตุ ไม่ว่าความเสียหายจะมีมูลค่าเท่าไหร่ ผู้เอาประกันจะรับผิดชอบจำนวนนี้เสมอ
Deductible แบบเปอร์เซ็นต์
กำหนดเป็นสัดส่วนของมูลค่าความเสียหายหรือมูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกัน เช่น 1% ของมูลค่าทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินมูลค่า 1 ล้านบาท ค่าเสียหายส่วนแรกจะอยู่ที่ 10,000 บาท
Deductible แบบขั้นบันได
บางกรมธรรม์อาจกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกที่แตกต่างกันตามประเภทของความเสียหาย เช่น ค่าเสียหายส่วนแรกสำหรับน้ำท่วมอาจสูงกว่าค่าเสียหายส่วนแรกสำหรับไฟไหม้ เนื่องจากความเสี่ยงและความถี่ที่แตกต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบเบี้ยประกันกับ Deductible
| ค่าเสียหายส่วนแรก | เบี้ยประกัน | ความเสี่ยงที่รับเอง |
| 0 บาท | สูงที่สุด | ไม่ต้องรับความเสี่ยงเอง |
| 2,000 บาท | ลดลงเล็กน้อย | รับผิดชอบ 2,000 บาทต่อครั้ง |
| 5,000 บาท | ลดลงปานกลาง | รับผิดชอบ 5,000 บาทต่อครั้ง |
| 10,000 บาท | ลดลงมาก | รับผิดชอบ 10,000 บาทต่อครั้ง |
Deductible ในประกันแต่ละประเภท
ประกันรถยนต์
ค่าเสียหายส่วนแรกในประกันรถยนต์มักพบในกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ บางกรมธรรม์มีตัวเลือกให้ผู้เอาประกันเลือกกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกเองได้ เพื่อแลกกับเบี้ยที่ถูกลง
ประกันบ้านและทรัพย์สิน
มักกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกเป็นจำนวนเงินคงที่สำหรับความเสียหายทั่วไป แต่สำหรับภัยธรรมชาติบางประเภท เช่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว อาจกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทรัพย์สิน เนื่องจากความเสียหายจากภัยเหล่านี้อาจมีมูลค่าสูงมาก
ประกันสุขภาพ
บางกรมธรรม์มีค่าเสียหายส่วนแรกสำหรับค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก หรือกำหนดเป็นค่าใช้จ่ายร่วม ซึ่งผู้เอาประกันต้องจ่ายส่วนหนึ่งของค่ารักษาทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา
ประกันธุรกิจ
มักมีค่าเสียหายส่วนแรกที่สูงกว่าประกันส่วนบุคคล โดยเฉพาะสำหรับความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดความเสียหายขนาดใหญ่ เพื่อให้เบี้ยประกันอยู่ในระดับที่ธุรกิจสามารถจ่ายได้
วิธีเลือก Deductible ที่เหมาะสม
พิจารณาจากเงินสำรองฉุกเฉินของตัวเอง
ค่าเสียหายส่วนแรกควรเป็นจำนวนที่คุณสามารถจ่ายได้ทันทีโดยไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงิน หากเลือกค่าเสียหายส่วนแรกสูงเพื่อประหยัดเบี้ย ต้องแน่ใจว่ามีเงินสำรองพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุ
พิจารณาความถี่ของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดเหตุบ่อย เช่น พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก การเลือกค่าเสียหายส่วนแรกต่ำอาจคุ้มค่ากว่า เพราะมีโอกาสต้องเคลมหลายครั้ง
เปรียบเทียบส่วนต่างของเบี้ยประกัน
คำนวณว่าการเพิ่มค่าเสียหายส่วนแรกในแต่ละระดับ ช่วยลดเบี้ยประกันลงเท่าไหร่ ถ้าส่วนต่างของเบี้ยที่ประหยัดได้ในหลายปีรวมกันมากกว่าค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่ายเพิ่ม การเลือกค่าเสียหายส่วนแรกที่สูงขึ้นอาจคุ้มค่า
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
คุณวิภาทำประกันรถยนต์สองแผนเปรียบเทียบกัน แผนแรกไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก เบี้ยปีละ 18,000 บาท แผนที่สองมีค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาทต่อครั้งที่เป็นฝ่ายผิด เบี้ยปีละ 15,000 บาท
เธอเลือกแผนที่สองเพราะส่วนต่างเบี้ย 3,000 บาทต่อปี เท่ากับค่าเสียหายส่วนแรกพอดี และเธอขับรถอย่างระมัดระวัง มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดน้อย
ปีนั้นเธอไม่ได้เคลมเลย ทำให้ประหยัดเบี้ยไป 3,000 บาทเต็มๆ เมื่อเทียบกับแผนแรก แต่ถ้าปีนั้นเธอเคลมหนึ่งครั้งในฐานะฝ่ายผิด เธอจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท ซึ่งพอดีกับส่วนต่างเบี้ยที่ประหยัดไป ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมเท่ากันทั้งสองแผนในปีที่มีการเคลม
การคำนวณแบบนี้ช่วยให้เธอเห็นภาพชัดว่าแผนไหนเหมาะกับพฤติกรรมการใช้รถของตัวเองมากกว่า
สิ่งที่ควรตรวจสอบเกี่ยวกับ Deductible ในกรมธรรม์
ตรวจสอบว่าค่าเสียหายส่วนแรกคิดต่อครั้งหรือต่อปี เพราะถ้าคิดต่อครั้ง และเกิดเหตุหลายครั้งในปีเดียว ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกในแต่ละครั้งที่เกิดเหตุ
ตรวจสอบว่ามีค่าเสียหายส่วนแรกที่แตกต่างกันสำหรับความเสียหายแต่ละประเภทหรือไม่ เพราะบางกรมธรรม์อาจมีค่าเสียหายส่วนแรกสูงเป็นพิเศษสำหรับภัยบางประเภท
สรุป
ค่าเสียหายส่วนแรกหรือ Deductible เป็นเงื่อนไขที่ช่วยลดเบี้ยประกันโดยให้ผู้เอาประกันรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกด้วยตัวเอง การเลือกระดับค่าเสียหายส่วนแรกที่เหมาะสมควรพิจารณาจากความสามารถในการรับความเสี่ยงทางการเงินของตัวเอง ความถี่ของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และการเปรียบเทียบส่วนต่างของเบี้ยประกันอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้แผนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ
ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ
คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์
รหัสนายหน้า AM00035138
ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357
ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901
โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k
ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138
www.srikrungmgmnetwork.com | www.ศรีกรุง.com