0 จำนวนผู้เข้าชม |
ประกันภัยต่อ (Reinsurance) คืออะไร? เกี่ยวกับเราไหม?
เคยได้ยินคำว่า ประกันภัยต่อ หรือ Reinsurance ไหมครับ ฟังดูเป็นเรื่องของบริษัทประกันคุยกันเอง ไม่เกี่ยวกับเราที่เป็นผู้เอาประกันรายย่อย
แต่ความจริงแล้ว ประกันภัยต่อมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงของบริษัทที่เราซื้อประกันไว้ และต่อความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมเมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันครับว่ามันคืออะไรและเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร
ประกันภัยต่อคืออะไร?
ประกันภัยต่อ คือการที่บริษัทประกันภัยที่รับประกันจากเรา นำความเสี่ยงบางส่วนหรือทั้งหมดไปทำประกันต่อกับบริษัทประกันภัยอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าบริษัทรับประกันภัยต่อ
พูดง่ายๆ คือ บริษัทประกันที่เราซื้อกรมธรรม์ด้วย ก็เป็นเหมือน "ผู้เอาประกัน" ของอีกบริษัทหนึ่งด้วยเช่นกัน เป็นการกระจายความเสี่ยงต่อไปอีกขั้นหนึ่งครับ
ทำไมบริษัทประกันต้องทำประกันภัยต่อ?
กระจายความเสี่ยงจากภัยขนาดใหญ่
ลองนึกภาพว่าบริษัทประกันรับประกันอาคารหลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน ถ้าเกิดแผ่นดินไหวหรือน้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทุกอาคารพร้อมกัน ความเสียหายที่ต้องจ่ายอาจสูงเกินกว่าที่บริษัทจะรับมือได้เพียงลำพัง
การทำประกันภัยต่อช่วยให้บริษัทไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงทั้งหมดไว้คนเดียว แต่กระจายไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อทั่วโลก
เพิ่มความสามารถในการรับประกันภัยขนาดใหญ่
บางกรมธรรม์มีวงเงินคุ้มครองสูงมาก เช่น โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือเรือบรรทุกสินค้า การมีประกันภัยต่อช่วยให้บริษัทประกันสามารถรับประกันความเสี่ยงขนาดใหญ่เหล่านี้ได้ โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของตัวเอง
รักษาความมั่นคงทางการเงินของบริษัท
การกระจายความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่อ ช่วยให้ผลกำไรขาดทุนของบริษัทมีความผันผวนน้อยลง แม้ในปีที่เกิดภัยพิบัติใหญ่ บริษัทก็ยังมีความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมให้ผู้เอาประกันได้ตามปกติ
ประเภทของประกันภัยต่อ
ประกันภัยต่อแบบสัดส่วน (Proportional Reinsurance)
บริษัทประกันและบริษัทรับประกันภัยต่อแบ่งความเสี่ยงและเบี้ยประกันตามสัดส่วนที่ตกลงกัน เช่น บริษัทประกันรับความเสี่ยง 70% และส่งต่อ 30% ให้บริษัทรับประกันภัยต่อ พร้อมแบ่งเบี้ยประกันตามสัดส่วนเดียวกัน
ประกันภัยต่อแบบไม่เป็นสัดส่วน (Non-Proportional Reinsurance)
บริษัทรับประกันภัยต่อจะเข้ามารับผิดชอบเฉพาะส่วนที่ความเสียหายเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ เช่น บริษัทประกันรับผิดชอบความเสียหายไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อเหตุการณ์ ส่วนที่เกินจากนี้บริษัทรับประกันภัยต่อจะเข้ามารับผิดชอบ
วิธีนี้มักใช้สำหรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงในครั้งเดียว
ตารางสรุปประเภทประกันภัยต่อ
| ประเภท | หลักการ | เหมาะสำหรับ |
| แบบสัดส่วน | แบ่งความเสี่ยงและเบี้ยตามอัตราที่ตกลง | ความเสี่ยงทั่วไปที่รับประกันเป็นปกติ |
| แบบไม่เป็นสัดส่วน | รับผิดชอบเฉพาะส่วนเกินจากที่กำหนด | ภัยพิบัติขนาดใหญ่ ความเสียหายรุนแรง |
ประกันภัยต่อเกี่ยวข้องกับผู้เอาประกันอย่างไร?
แม้ผู้เอาประกันจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสัญญาประกันภัยต่อ แต่ประกันภัยต่อมีผลต่อเราในหลายด้านครับ
ความมั่นคงในการจ่ายค่าสินไหม
เมื่อเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เอาประกันจำนวนมากพร้อมกัน บริษัทที่มีการทำประกันภัยต่ออย่างเหมาะสมจะยังมีความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมให้ทุกคนได้ตามสัญญา ในขณะที่บริษัทที่ไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่ดีอาจประสบปัญหาทางการเงิน
ความสามารถในการรับประกันความเสี่ยงสูง
ถ้าคุณมีทรัพย์สินมูลค่าสูงที่ต้องการทำประกัน การที่บริษัทมีเครือข่ายประกันภัยต่อที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถรับประกันความเสี่ยงระดับสูงได้ โดยไม่ปฏิเสธหรือจำกัดวงเงินมากเกินไป
เสถียรภาพของเบี้ยประกัน
บริษัทที่มีการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่อที่ดี มักมีเบี้ยประกันที่มีเสถียรภาพมากกว่า ไม่ผันผวนรุนแรงตามเหตุการณ์ภัยพิบัติในแต่ละปี
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หนึ่ง ส่งผลให้บ้านและธุรกิจหลายพันแห่งได้รับความเสียหายพร้อมกัน บริษัทประกันภัยที่รับประกันทรัพย์สินในพื้นที่นั้นต้องจ่ายค่าสินไหมรวมกันเป็นจำนวนมหาศาลในระยะเวลาสั้นๆ
บริษัทที่มีการทำประกันภัยต่อไว้อย่างเหมาะสม สามารถเรียกร้องค่าชดเชยส่วนหนึ่งจากบริษัทรับประกันภัยต่อ ทำให้มีเงินทุนเพียงพอที่จะจ่ายค่าสินไหมให้ผู้เอาประกันทุกรายได้ตามกำหนดเวลา โดยไม่ต้องประสบปัญหาทางการเงินจากเหตุการณ์ครั้งเดียว
ในทางกลับกัน บริษัทที่ไม่มีการกระจายความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่ออย่างเพียงพอ อาจประสบปัญหาในการจ่ายค่าสินไหมให้ครบทุกรายในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เอาประกันที่รอรับเงินอยู่
สิ่งที่ผู้เอาประกันควรพิจารณา
แม้ผู้เอาประกันทั่วไปจะไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดสัญญาประกันภัยต่อของบริษัทได้โดยตรง แต่สามารถพิจารณาความมั่นคงของบริษัทประกันภัยจากข้อมูลที่ คปภ. เปิดเผยต่อสาธารณะได้
บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายประกันภัยต่อระดับสากล มักมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงขนาดใหญ่ได้ดีกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจนำมาพิจารณาเมื่อเลือกทำประกันสำหรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง หรือในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยธรรมชาติสูง
สรุป
ประกันภัยต่อคือกลไกที่บริษัทประกันใช้กระจายความเสี่ยงไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมแม้ในสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ แม้เราในฐานะผู้เอาประกันจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสัญญาประกันภัยต่อ แต่มันคือเบื้องหลังสำคัญที่ทำให้บริษัทประกันสามารถรักษาคำมั่นสัญญาที่มีต่อเราได้ในทุกสถานการณ์
ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ
คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์
รหัสนายหน้า AM00035138
ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357
ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901
โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k
ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138
www.srikrungmgmnetwork.com | www.ศรีกรุง.com