ประกันภัยต่อ (Reinsurance) คืออะไร? เกี่ยวกับเราไหม?

2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประกันภัยต่อ (Reinsurance) คืออะไร? เกี่ยวกับเราไหม?

ประกันภัยต่อ (Reinsurance) คืออะไร? เกี่ยวกับเราไหม?
เคยได้ยินคำว่า ประกันภัยต่อ หรือ Reinsurance ไหมครับ ฟังดูเป็นเรื่องของบริษัทประกันคุยกันเอง ไม่เกี่ยวกับเราที่เป็นผู้เอาประกันรายย่อย

แต่ความจริงแล้ว ประกันภัยต่อมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงของบริษัทที่เราซื้อประกันไว้ และต่อความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมเมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันครับว่ามันคืออะไรและเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร

ประกันภัยต่อคืออะไร?
ประกันภัยต่อ คือการที่บริษัทประกันภัยที่รับประกันจากเรา นำความเสี่ยงบางส่วนหรือทั้งหมดไปทำประกันต่อกับบริษัทประกันภัยอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าบริษัทรับประกันภัยต่อ

พูดง่ายๆ คือ บริษัทประกันที่เราซื้อกรมธรรม์ด้วย ก็เป็นเหมือน "ผู้เอาประกัน" ของอีกบริษัทหนึ่งด้วยเช่นกัน เป็นการกระจายความเสี่ยงต่อไปอีกขั้นหนึ่งครับ

ทำไมบริษัทประกันต้องทำประกันภัยต่อ?
กระจายความเสี่ยงจากภัยขนาดใหญ่

ลองนึกภาพว่าบริษัทประกันรับประกันอาคารหลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน ถ้าเกิดแผ่นดินไหวหรือน้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทุกอาคารพร้อมกัน ความเสียหายที่ต้องจ่ายอาจสูงเกินกว่าที่บริษัทจะรับมือได้เพียงลำพัง

การทำประกันภัยต่อช่วยให้บริษัทไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงทั้งหมดไว้คนเดียว แต่กระจายไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อทั่วโลก

เพิ่มความสามารถในการรับประกันภัยขนาดใหญ่

บางกรมธรรม์มีวงเงินคุ้มครองสูงมาก เช่น โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือเรือบรรทุกสินค้า การมีประกันภัยต่อช่วยให้บริษัทประกันสามารถรับประกันความเสี่ยงขนาดใหญ่เหล่านี้ได้ โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของตัวเอง

รักษาความมั่นคงทางการเงินของบริษัท

การกระจายความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่อ ช่วยให้ผลกำไรขาดทุนของบริษัทมีความผันผวนน้อยลง แม้ในปีที่เกิดภัยพิบัติใหญ่ บริษัทก็ยังมีความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมให้ผู้เอาประกันได้ตามปกติ

ประเภทของประกันภัยต่อ
ประกันภัยต่อแบบสัดส่วน (Proportional Reinsurance)

บริษัทประกันและบริษัทรับประกันภัยต่อแบ่งความเสี่ยงและเบี้ยประกันตามสัดส่วนที่ตกลงกัน เช่น บริษัทประกันรับความเสี่ยง 70% และส่งต่อ 30% ให้บริษัทรับประกันภัยต่อ พร้อมแบ่งเบี้ยประกันตามสัดส่วนเดียวกัน

ประกันภัยต่อแบบไม่เป็นสัดส่วน (Non-Proportional Reinsurance)

บริษัทรับประกันภัยต่อจะเข้ามารับผิดชอบเฉพาะส่วนที่ความเสียหายเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ เช่น บริษัทประกันรับผิดชอบความเสียหายไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อเหตุการณ์ ส่วนที่เกินจากนี้บริษัทรับประกันภัยต่อจะเข้ามารับผิดชอบ

วิธีนี้มักใช้สำหรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงในครั้งเดียว

ตารางสรุปประเภทประกันภัยต่อ

ประเภท หลักการ เหมาะสำหรับ
แบบสัดส่วน แบ่งความเสี่ยงและเบี้ยตามอัตราที่ตกลงความเสี่ยงทั่วไปที่รับประกันเป็นปกติ
แบบไม่เป็นสัดส่วนรับผิดชอบเฉพาะส่วนเกินจากที่กำหนด ภัยพิบัติขนาดใหญ่ ความเสียหายรุนแรง


ประกันภัยต่อเกี่ยวข้องกับผู้เอาประกันอย่างไร?
แม้ผู้เอาประกันจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสัญญาประกันภัยต่อ แต่ประกันภัยต่อมีผลต่อเราในหลายด้านครับ

ความมั่นคงในการจ่ายค่าสินไหม

เมื่อเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เอาประกันจำนวนมากพร้อมกัน บริษัทที่มีการทำประกันภัยต่ออย่างเหมาะสมจะยังมีความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมให้ทุกคนได้ตามสัญญา ในขณะที่บริษัทที่ไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่ดีอาจประสบปัญหาทางการเงิน

ความสามารถในการรับประกันความเสี่ยงสูง

ถ้าคุณมีทรัพย์สินมูลค่าสูงที่ต้องการทำประกัน การที่บริษัทมีเครือข่ายประกันภัยต่อที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถรับประกันความเสี่ยงระดับสูงได้ โดยไม่ปฏิเสธหรือจำกัดวงเงินมากเกินไป

เสถียรภาพของเบี้ยประกัน

บริษัทที่มีการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่อที่ดี มักมีเบี้ยประกันที่มีเสถียรภาพมากกว่า ไม่ผันผวนรุนแรงตามเหตุการณ์ภัยพิบัติในแต่ละปี

ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หนึ่ง ส่งผลให้บ้านและธุรกิจหลายพันแห่งได้รับความเสียหายพร้อมกัน บริษัทประกันภัยที่รับประกันทรัพย์สินในพื้นที่นั้นต้องจ่ายค่าสินไหมรวมกันเป็นจำนวนมหาศาลในระยะเวลาสั้นๆ

บริษัทที่มีการทำประกันภัยต่อไว้อย่างเหมาะสม สามารถเรียกร้องค่าชดเชยส่วนหนึ่งจากบริษัทรับประกันภัยต่อ ทำให้มีเงินทุนเพียงพอที่จะจ่ายค่าสินไหมให้ผู้เอาประกันทุกรายได้ตามกำหนดเวลา โดยไม่ต้องประสบปัญหาทางการเงินจากเหตุการณ์ครั้งเดียว

ในทางกลับกัน บริษัทที่ไม่มีการกระจายความเสี่ยงผ่านประกันภัยต่ออย่างเพียงพอ อาจประสบปัญหาในการจ่ายค่าสินไหมให้ครบทุกรายในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เอาประกันที่รอรับเงินอยู่

สิ่งที่ผู้เอาประกันควรพิจารณา
แม้ผู้เอาประกันทั่วไปจะไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดสัญญาประกันภัยต่อของบริษัทได้โดยตรง แต่สามารถพิจารณาความมั่นคงของบริษัทประกันภัยจากข้อมูลที่ คปภ. เปิดเผยต่อสาธารณะได้

บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายประกันภัยต่อระดับสากล มักมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงขนาดใหญ่ได้ดีกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจนำมาพิจารณาเมื่อเลือกทำประกันสำหรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง หรือในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยธรรมชาติสูง

สรุป
ประกันภัยต่อคือกลไกที่บริษัทประกันใช้กระจายความเสี่ยงไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมแม้ในสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ แม้เราในฐานะผู้เอาประกันจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสัญญาประกันภัยต่อ แต่มันคือเบื้องหลังสำคัญที่ทำให้บริษัทประกันสามารถรักษาคำมั่นสัญญาที่มีต่อเราได้ในทุกสถานการณ์

ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ

คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์
รหัสนายหน้า AM00035138
ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357
ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901
โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k

ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138 
www.srikrungmgmnetwork.com  | www.ศรีกรุง.com 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้