หลักการแถลงข้อความจริง ทำไมถึงสำคัญ?

4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หลักการแถลงข้อความจริง ทำไมถึงสำคัญ?

หลักการแถลงข้อความจริง ทำไมถึงสำคัญ?
ตอนสมัครทำประกัน หลายคนมองว่าแบบฟอร์มสมัครเป็นเพียงเอกสารทางการที่ต้องกรอกให้เสร็จๆ ไป บางคนกรอกข้อมูลแบบเร่งรีบ ไม่ครบถ้วน หรือบางครั้งจงใจปกปิดข้อมูลบางอย่างเพื่อให้เบี้ยถูกลงหรือเพื่อให้ผ่านการพิจารณาง่ายขึ้น

แต่การกระทำเหล่านี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในวันที่คุณต้องเคลมประกันครับ และนี่คือสิ่งที่เรียกว่าหลักการแถลงข้อความจริง

หลักการแถลงข้อความจริงคืออะไร?
หลักการแถลงข้อความจริง หรือ Duty of Disclosure คือหน้าที่ของผู้เอาประกันที่ต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วนทุกอย่างที่มีผลต่อการพิจารณารับประกันภัยของบริษัท

หลักการนี้มีผลตั้งแต่ขั้นตอนสมัครทำประกัน และต่อเนื่องไปจนถึงการเคลมเมื่อเกิดเหตุครับ บริษัทประกันใช้ข้อมูลที่คุณแจ้งเป็นพื้นฐานในการประเมินความเสี่ยงและกำหนดเบี้ยประกัน ถ้าข้อมูลที่ได้รับไม่ตรงกับความเป็นจริง การประเมินความเสี่ยงทั้งหมดก็ผิดพลาดไปด้วย

ทำไมบริษัทประกันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก?
ประกันภัยทำงานบนพื้นฐานของความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูลครับ ผู้เอาประกันรู้จักความเสี่ยงของตัวเองดีกว่าบริษัทมาก เช่น สุขภาพของตัวเอง พฤติกรรมการขับรถ หรือสภาพของทรัพย์สิน

บริษัทไม่สามารถตรวจสอบทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งหมด จึงต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของผู้เอาประกันในการให้ข้อมูล ถ้าไม่มีหลักการนี้ ทุกคนก็จะปกปิดความเสี่ยงของตัวเองเพื่อให้ได้เบี้ยถูก และระบบประกันภัยทั้งระบบก็จะล้มเหลวในที่สุด

ข้อมูลแบบไหนที่ต้องแถลงตามจริง
สำหรับประกันสุขภาพและประกันชีวิต
ประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว การผ่าตัดที่ผ่านมา พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ล้วนเป็นข้อมูลที่ต้องแจ้งครบถ้วน

สำหรับประกันรถยนต์
ประวัติการเกิดอุบัติเหตุ การดัดแปลงสภาพรถ การใช้งานรถ เช่น ใช้ส่วนตัวหรือใช้เพื่อการพาณิชย์ และผู้ที่จะเป็นผู้ขับขี่หลัก

สำหรับประกันบ้านและทรัพย์สิน
สภาพของอาคาร อายุของสิ่งปลูกสร้าง วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง การใช้งานอาคาร เช่น ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจ และประวัติการเกิดความเสียหายในอดีต

ผลที่เกิดขึ้นเมื่อไม่แถลงตามจริง
กรณีปกปิดโดยตั้งใจหรือฉ้อฉล
ถ้าบริษัทพิสูจน์ได้ว่าผู้เอาประกันรู้ข้อเท็จจริงและจงใจปกปิดหรือแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้บริษัทรับประกันหรือเพื่อให้ได้เบี้ยถูกลง บริษัทมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ทันที และในหลายกรณีสามารถปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทั้งหมดได้ แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ปกปิดก็ตาม

กรณีไม่ได้ตั้งใจแต่เป็นข้อมูลสำคัญ
ถ้าผู้เอาประกันไม่ได้ตั้งใจปกปิด แต่ข้อมูลที่ขาดไปนั้นมีผลต่อการประเมินความเสี่ยง บริษัทอาจปรับเบี้ยประกันใหม่ ปรับเงื่อนไขความคุ้มครอง หรือในบางกรณีอาจลดวงเงินสินไหมตามสัดส่วนของเบี้ยที่ควรจะต้องจ่ายจริง

ตารางตัวอย่างผลกระทบจากการไม่แถลงตามจริง

ข้อมูลที่ปกปิด ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ผลกระทบเมื่อเคลม
มีโรคหัวใจมาก่อนความเสี่ยงสุขภาพสูงกว่าที่ประเมิน ปฏิเสธเคลมที่เกี่ยวกับโรคหัวใจ
ดัดแปลงเครื่องยนต์รถ ความเสี่ยงอุบัติเหตุเปลี่ยนไป ปฏิเสธเคลมหรือจ่ายลดลง
ใช้บ้านเป็นโรงงานเล็กๆความเสี่ยงไฟไหม้สูงกว่าที่อยู่อาศัย ปฏิเสธเคลมความเสียหายจากไฟไหม้
มีประวัติอุบัติเหตุบ่อย ความเสี่ยงสูงกว่าเบี้ยที่จ่ายบริษัทอาจยกเลิกกรมธรรม์


ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
คุณสมบัติทำประกันสุขภาพโดยไม่ได้แจ้งว่าตัวเองมีภาวะความดันโลหิตสูงซึ่งรักษาอยู่ก่อนแล้ว เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงและไม่อยากให้เบี้ยแพงขึ้น

สองปีต่อมาเขาเข้าโรงพยาบาลด้วยภาวะหลอดเลือดสมองที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง เมื่อยื่นเคลม บริษัทตรวจสอบประวัติการรักษาและพบว่ามีการรักษาความดันโลหิตสูงมาก่อนทำประกัน แต่ไม่ได้แจ้งไว้ในใบสมัคร

บริษัทปฏิเสธการจ่ายค่ารักษาทั้งหมดในครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นการปกปิดข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการประเมินความเสี่ยง และอาจยกเลิกกรมธรรม์ทั้งฉบับด้วยครับ

ถ้าคุณสมบัติแจ้งตามจริงตั้งแต่แรก อย่างมากที่สุดบริษัทอาจเพิ่มเบี้ยหรือยกเว้นความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับความดันโลหิตสูง แต่ส่วนอื่นๆ ยังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ

หน้าที่นี้มีต่อเนื่องหรือไม่?
หลักการแถลงข้อความจริงไม่ได้หยุดอยู่แค่วันที่สมัครทำประกันครับ ในหลายกรณี ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างที่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้ ผู้เอาประกันมีหน้าที่ต้องแจ้งบริษัทด้วย

ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนการใช้งานบ้านจากที่อยู่อาศัยเป็นร้านค้า หรือนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้รับส่งผู้โดยสารแบบประจำ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต้องแจ้งให้บริษัททราบเพื่อปรับปรุงกรมธรรม์ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง
ตอบคำถามในใบสมัครอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา ถึงแม้บางคำถามอาจทำให้เบี้ยสูงขึ้น แต่การแจ้งตามจริงคือการปกป้องสิทธิ์ของตัวเองในระยะยาว

ปรึกษาตัวแทนหรือนายหน้าหากไม่แน่ใจ ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อมูลใดควรแจ้งหรือไม่ ให้ถามผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจไม่แจ้งเองครับ

แจ้งการเปลี่ยนแปลงทันทีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนการใช้งานทรัพย์สิน เปลี่ยนสุขภาพ หรือเปลี่ยนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ควรแจ้งบริษัททันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลาต่ออายุกรมธรรม์

สรุป
หลักการแถลงข้อความจริงคือพื้นฐานความซื่อสัตย์ระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกันภัยครับ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่แรกอาจทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้นเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความคุ้มครองที่มีผลจริงเมื่อเกิดเหตุ ในขณะที่การปกปิดข้อมูลเพื่อประหยัดเบี้ยเพียงเล็กน้อย อาจทำให้สูญเสียความคุ้มครองทั้งหมดในวันที่ต้องการมากที่สุด

ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ

  • คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์
  • รหัสนายหน้า AM00035138
  • ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357
  • ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901
  • โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k
  • ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138
  • www.srikrungmgmnetwork.com | www.ศรีกรุง.com

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้