3 จำนวนผู้เข้าชม |
เบี้ยประกันภัยคืออะไร? คำนวณอย่างไร?
หลายคนจ่ายเบี้ยประกันทุกปีโดยไม่รู้ว่ามันถูกคำนวณมาจากอะไร บางคนได้ยินเพื่อนจ่ายถูกกว่า ก็งงว่าทำไมถึงต่างกัน
เรื่องนี้ไม่ซับซ้อนเลยครับ ถ้าเข้าใจหลักการแล้ว คุณจะรู้ทันทีว่าเบี้ยที่จ่ายอยู่สมเหตุสมผลหรือไม่ และมีวิธีไหนที่ช่วยประหยัดได้บ้าง
เบี้ยประกันภัยคืออะไร?
เบี้ยประกันภัย คือเงินที่ผู้เอาประกันจ่ายให้บริษัทประกันภัย เพื่อแลกกับความคุ้มครองตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
พูดง่ายๆ คือค่าบริการที่เราจ่ายเพื่อให้บริษัทรับความเสี่ยงแทนเรานั่นเองครับ
เบี้ยประกันแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก
เบี้ยประกันภัยสุทธิ คือเงินที่บริษัทใช้สำรองไว้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกัน
เบี้ยประกันภัยรวม คือเบี้ยสุทธิบวกกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าคอมมิชชั่นตัวแทน และกำไรของบริษัท นี่คือตัวเลขที่เราจ่ายจริงครับ
บริษัทคำนวณเบี้ยจากอะไร?
นักคณิตศาสตร์ประกันภัย หรือที่เรียกว่า Actuary คือคนที่คำนวณเบี้ยประกันครับ โดยใช้หลักความน่าจะเป็นและสถิติ พิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้
1. ความน่าจะเป็นที่จะเกิดความเสียหาย ถ้าสถิติบอกว่ารถยนต์ในกรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าต่างจังหวัด เบี้ยในกรุงเทพฯ ก็จะสูงกว่าตามสถิตินั้น
2. มูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกัน บ้านราคา 5 ล้านบาท เบี้ยสูงกว่าบ้านราคา 2 ล้านบาทแน่นอน เพราะถ้าเกิดเหตุบริษัทต้องจ่ายมากกว่า
3. วงเงินความคุ้มครอง วงเงินสูง เบี้ยก็สูงตาม เหมือนซื้อของมากก็ต้องจ่ายมากขึ้นนั่นเองครับ
4. ระยะเวลาคุ้มครอง ส่วนใหญ่คิดรายปี ถ้าต้องการคุ้มครองนานกว่านั้นก็คิดตามสัดส่วน
5. ประวัติการเคลม คนที่ไม่เคยเคลมจะได้รับส่วนลด เรียกว่า No Claim Bonus หรือ NCB ส่วนคนที่เคลมบ่อยเบี้ยจะแพงขึ้นครับ
ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้เบี้ยประกันรถยนต์ต่างกัน
| ปัจจัย | เบี้ยถูกลง | เบี้ยแพงขึ้น |
| อายุผู้ขับ | 30-55 ปี | ต่ำกว่า 25 ปี |
| ประวัติเคลม | ไม่เคยเคลม | เคลมบ่อย |
| ยี่ห้อรถ | รถทั่วไป | รถหรู/สปอร์ต |
| พื้นที่จอด | จอดในโรงจอด | จอดริมถนน |
| การใช้งาน | ส่วนตัว | เชิงพาณิชย์ |
| ชั้นประกัน | ชั้น 3+ | ชั้น 1 |
ตัวอย่างการคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์เบื้องต้น
สมมติรถยนต์ราคา 800,000 บาท ประกันชั้น 1
อัตราเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 2.5-4% ของราคารถ เบี้ยโดยประมาณ = 800,000 x 3% = 24,000 บาทต่อปี
แต่ตัวเลขจริงจะขึ้นอยู่กับบริษัท รุ่นรถ และปัจจัยอื่นๆ อีกครับ จึงควรเปรียบเทียบหลายบริษัทก่อนตัดสินใจเสมอ
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
คุณสมศักดิ์อายุ 28 ปี ซื้อรถใหม่ราคา 600,000 บาท ทำประกันชั้น 1 เบี้ยปีแรก 22,000 บาท ปีนั้นไม่มีเหตุใดเลย ปีถัดมาได้รับส่วนลด NCB 20% เบี้ยเหลือ 17,600 บาท ถ้าไม่เคลมต่อเนื่องอีกหลายปี ส่วนลดจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
ในทางกลับกัน คุณวิชัยอายุ 23 ปี รถรุ่นเดียวกัน แต่เบี้ยสูงกว่าถึง 28,000 บาท เพราะอายุน้อยและสถิติอุบัติเหตุในกลุ่มอายุนี้สูงกว่า
วิธีประหยัดเบี้ยประกันที่ทำได้จริง
เปรียบเทียบหลายบริษัท อย่าซื้อที่แรกที่เจอครับ เบี้ยประกันรถรุ่นเดียวกันอาจต่างกันได้ถึง 20-30% ในแต่ละบริษัท
รักษาประวัติ NCB ยิ่งไม่เคลมนาน ส่วนลดยิ่งสูง บางบริษัทให้ส่วนลดสูงถึง 50% สำหรับคนที่ไม่เคยเคลมติดต่อกัน 5 ปี
เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม รถเก่าอายุ 8-10 ปีราคาตลาดต่ำ อาจไม่คุ้มที่จะทำชั้น 1 เพราะเบี้ยแพงแต่วงเงินได้ไม่มาก ลองคำนวณดูก่อนครับ
ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน บางบริษัทให้ส่วนลดเพิ่มถ้าติดตั้งกล้องหน้ารถหรือ GPS Tracker
ชำระเบี้ยรายปี ถ้าชำระเป็นรายงวด มักมีค่าธรรมเนียมเพิ่มครับ
สรุป
เบี้ยประกันไม่ได้ตั้งมาลอยๆ แต่คำนวณจากความเสี่ยงของคุณโดยเฉพาะ คนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าก็จ่ายน้อยกว่า และสิ่งที่คุณควบคุมได้มากที่สุดคือประวัติการเคลม ดูแลรักษาประวัติ NCB ให้ดี เพราะมันช่วยประหยัดเงินได้จริงในระยะยาวครับ
ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย