ความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจ

4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจ

ความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจ
เมื่อวานเราทำความรู้จัก พ.ร.บ. ไปแล้ว วันนี้เรามาเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ เพราะหลายคนยังสับสนว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วควรใช้สิทธิ์จากตัวไหน หรือใช้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกันไหม

การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้องและเต็มที่เมื่อเกิดเหตุจริงครับ


ภาพรวมความแตกต่างหลัก
พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ พ.ร.บ. เน้นการคุ้มครองบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องความผิด ในขณะที่ประกันภาคสมัครใจเน้นการคุ้มครองทรัพย์สินและความรับผิดที่ครอบคลุมกว่า


ความแตกต่างด้านที่มาและข้อบังคับ
พ.ร.บ.

มีที่มาจากกฎหมายครับ รัฐบาลออกกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี ใครไม่มีมีโทษปรับ เบี้ยประกันถูกกำหนดโดยภาครัฐและเท่ากันทุกบริษัท ไม่มีการแข่งขันด้านราคา

ประกันภาคสมัครใจ

เป็นการตัดสินใจของผู้เอาประกันเองว่าจะซื้อหรือไม่ ซื้อชั้นไหน และกับบริษัทไหน เบี้ยประกันแตกต่างกันตามความเสี่ยงและบริษัท มีการแข่งขันด้านราคาและเงื่อนไขระหว่างบริษัทต่างๆ


ความแตกต่างด้านความคุ้มครอง
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไร?

คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินถนน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด สามารถรับค่าเสียหายเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด

ประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอะไร?

ครอบคลุมกว้างกว่ามากครับ ทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความเสียหายต่อตัวรถ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมถึงความคุ้มครองพิเศษอื่นๆ ตามชั้นที่เลือก


ตารางเปรียบเทียบโดยละเอียด

ประเด็น พ.ร.บ. ประกันภาคสมัครใจ
ข้อบังคับ บังคับตามกฎหมาย ตามความสมัครใจ
เบี้ยประกัน รัฐกำหนด ราคาเดียวทุกบริษัท แตกต่างตามบริษัทและความเสี่ยง
คุ้มครองชีวิตและร่างกาย มี ไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด มี แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข
คุ้มครองทรัพย์สิน ไม่มี มี ตามชั้นที่เลือก
คุ้มครองตัวรถ ไม่มี มี บางชั้น
วงเงินสูงสุด จำกัดตามที่กฎหมายกำหนด ตามที่ระบุในกรมธรรม์
ผู้ได้รับความคุ้มครอง ทุกคนที่ประสบเหตุ ตามที่ระบุในกรมธรรม์



เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ใช้ พ.ร.บ. หรือประกันภาคสมัครใจก่อน?
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุดครับ คำตอบคือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน แต่มีลำดับที่ถูกต้อง

สำหรับค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บ

เริ่มต้นจาก พ.ร.บ. ก่อนครับ เพราะสามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด วงเงินค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. จะถูกใช้ก่อน

ถ้าค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าวงเงิน พ.ร.บ. ส่วนที่เกินจะเรียกร้องจากประกันภาคสมัครใจของรถฝ่ายผิดต่อไป

สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินและรถยนต์

ใช้ประกันภาคสมัครใจเท่านั้น เพราะ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองส่วนนี้เลย

สำหรับค่าชดเชยในส่วนที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม

เรียกร้องจากประกันภาคสมัครใจของรถฝ่ายผิด ซึ่งมีวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่สูงกว่า พ.ร.บ. มาก


กรณีพิเศษที่ต้องเข้าใจ
กรณีรถฝ่ายผิดไม่มีประกันภาคสมัครใจ

ถ้ารถที่ก่อเหตุไม่มีประกันภาคสมัครใจ ผู้บาดเจ็บยังได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ของรถนั้นอยู่ แต่สำหรับความเสียหายส่วนที่เกินจากวงเงิน พ.ร.บ. ต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคนขับโดยตรง ซึ่งอาจยุ่งยากและใช้เวลานาน

กรณีรถฝ่ายผิดหลบหนีและไม่ทราบข้อมูล

ถ้าไม่สามารถระบุรถที่ก่อเหตุได้เลย สามารถเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยซึ่งบริหารโดย คปภ. ได้ในบางกรณี

กรณีเจ้าของรถและคนขับเป็นฝ่ายผิด

พ.ร.บ. ให้สิทธิ์ค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดด้วย แต่ในส่วนค่าสินไหมทดแทนหลังพิสูจน์ความผิดแล้ว ฝ่ายผิดจะไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนจาก พ.ร.บ. ของตัวเองในส่วนนั้น


ตัวอย่างการใช้ พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจร่วมกัน
คุณสมชัยขับรถชนรถของคุณสมหมาย ทั้งคุณสมชัยและคุณสมหมายได้รับบาดเจ็บ คุณสมชัยเป็นฝ่ายผิด

สำหรับค่ารักษาพยาบาลของคุณสมหมาย

ขั้นที่ 1 ใช้ พ.ร.บ. ของรถคุณสมชัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น 30,000 บาทก่อน

ขั้นที่ 2 ถ้าค่ารักษาพยาบาลรวมอยู่ที่ 60,000 บาท ส่วนที่เกิน 30,000 บาทใช้ประกันภาคสมัครใจของคุณสมชัยจ่ายต่อ จนครบวงเงินรวม 80,000 บาทตาม พ.ร.บ. หรือตามวงเงินประกันภาคสมัครใจ

ขั้นที่ 3 ค่าซ่อมรถของคุณสมหมาย ใช้ประกันภาคสมัครใจของคุณสมชัย ส่วน พ.ร.บ. ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้เลย

สำหรับค่ารักษาพยาบาลของคุณสมชัยเอง

ถ้าคุณสมชัยมีประกันสุขภาพส่วนตัว สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพนั้นได้ หรือถ้ามีประกันภาคสมัครใจที่รวมความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ไว้ด้วย ก็สามารถใช้สิทธิ์นั้นได้เช่นกัน


สิ่งที่หลายคนยังเข้าใจผิด
เข้าใจผิดที่ 1 มี พ.ร.บ. แล้วไม่ต้องมีประกันภาคสมัครใจ

พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายในวงเงินที่จำกัดมาก ถ้าไม่มีประกันภาคสมัครใจ ความเสียหายต่อทรัพย์สิน รถยนต์ และค่ารักษาพยาบาลที่เกินวงเงิน พ.ร.บ. ต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด

เข้าใจผิดที่ 2 มีประกันชั้น 1 แล้วไม่ต้องทำ พ.ร.บ.

ผิดครับ กฎหมายบังคับต้องมี พ.ร.บ. แยกต่างหาก แม้จะมีประกันชั้น 1 อยู่แล้วก็ตาม ถ้าไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับทันที

เข้าใจผิดที่ 3 เคลม พ.ร.บ. แล้วจะกระทบประกันภาคสมัครใจ

การใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจเป็นคนละสัญญากัน การเคลม พ.ร.บ. ไม่ได้ส่งผลต่อส่วนลด NCB ของประกันภาคสมัครใจ


สรุป
พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจทำงานร่วมกันเพื่อให้ความคุ้มครองที่ครบถ้วน โดย พ.ร.บ. ทำหน้าที่เป็นฐานความคุ้มครองชีวิตและร่างกายที่รวดเร็วโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ส่วนประกันภาคสมัครใจขยายความคุ้มครองในส่วนที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม ทั้งทรัพย์สิน รถยนต์ และวงเงินที่สูงกว่า การมีทั้งสองอย่างพร้อมกันจึงเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ครบถ้วนและชาญฉลาดที่สุดสำหรับทุกคนที่ขับรถ


ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ

คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์ รหัสนายหน้า AM00035138 ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357 ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901 โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138 www.srikrungmgmnetwork.com | www.ศรีกรุง.com

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้