2 จำนวนผู้เข้าชม |
การประเมินความเสี่ยง (Underwriting) คืออะไร?
ทำไมบางคนสมัครประกันแล้วผ่านง่ายๆ บางคนต้องตอบคำถามเยอะมาก หรือบางคนถึงขั้นถูกปฏิเสธไม่รับทำประกันเลย
คำตอบอยู่ที่กระบวนการที่เรียกว่า Underwriting หรือการประเมินความเสี่ยง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่บริษัทประกันใช้ในการตัดสินใจว่าจะรับทำประกันให้ใคร ในเงื่อนไขแบบไหน และด้วยเบี้ยเท่าไหร่ วันนี้เรามาเจาะลึกกระบวนการนี้กันครับ
Underwriting คืออะไร?
การประเมินความเสี่ยง หรือ Underwriting คือกระบวนการที่บริษัทประกันภัยใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของผู้ขอเอาประกันภัยแต่ละราย เพื่อตัดสินใจว่าจะรับประกันหรือไม่ จะรับในเงื่อนไขแบบใด และจะกำหนดเบี้ยประกันเท่าไหร่จึงเหมาะสมกับความเสี่ยงนั้น
บุคคลที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า Underwriter หรือผู้พิจารณารับประกันภัย ซึ่งต้องมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยงในแต่ละประเภทของการประกันภัย
ทำไม Underwriting จึงสำคัญ?
กระบวนการนี้คือสิ่งที่ทำให้ระบบประกันภัยทำงานได้อย่างยั่งยืนครับ ถ้าบริษัทรับประกันทุกคนด้วยเบี้ยเดียวกันโดยไม่พิจารณาความเสี่ยง คนที่มีความเสี่ยงต่ำจะต้องจ่ายเบี้ยแพงเกินจริงเพื่อชดเชยคนที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งไม่เป็นธรรม
การประเมินความเสี่ยงที่ดีช่วยให้
แต่ละคนจ่ายเบี้ยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงของตัวเอง
บริษัทสามารถคำนวณเงินสำรองที่เพียงพอสำหรับจ่ายค่าสินไหมในอนาคต
ระบบประกันภัยโดยรวมมีความมั่นคงและยั่งยืน
ขั้นตอนของกระบวนการ Underwriting
ขั้นที่ 1 — รวบรวมข้อมูล
บริษัทรวบรวมข้อมูลจากใบสมัคร แบบฟอร์มแถลงสุขภาพ เอกสารประกอบ และในบางกรณีอาจมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น การตรวจสุขภาพ หรือการสำรวจสภาพทรัพย์สิน
ขั้นที่ 2 — วิเคราะห์ความเสี่ยง
Underwriter จะวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานและสถิติที่บริษัทมี เพื่อประเมินว่าผู้ขอเอาประกันมีความเสี่ยงสูงกว่า เท่ากับ หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป
ขั้นที่ 3 — จัดกลุ่มความเสี่ยง
ผู้ขอเอาประกันจะถูกจัดเข้ากลุ่มความเสี่ยงต่างๆ ตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด เช่น กลุ่มความเสี่ยงมาตรฐาน กลุ่มความเสี่ยงสูงกว่ามาตรฐาน หรือกลุ่มที่ไม่สามารถรับประกันได้
ขั้นที่ 4 — กำหนดเงื่อนไขและเบี้ยประกัน
ตามกลุ่มความเสี่ยงที่ถูกจัด บริษัทจะกำหนดเบี้ยประกัน เงื่อนไขความคุ้มครอง ข้อยกเว้นเพิ่มเติม หรือระยะเวลารอคอยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงนั้น
ขั้นที่ 5 — แจ้งผลการพิจารณา
ผลการพิจารณาอาจเป็นการอนุมัติตามเงื่อนไขปกติ อนุมัติแบบมีเงื่อนไขเพิ่มเติมหรือเบี้ยที่สูงขึ้น หรือในบางกรณีอาจปฏิเสธการรับประกันหากความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่บริษัทรับได้
ปัจจัยที่ Underwriter พิจารณาในแต่ละประเภทประกัน
ประกันรถยนต์
อายุและประสบการณ์ของผู้ขับขี่ ประวัติการเกิดอุบัติเหตุ ยี่ห้อและรุ่นรถ พื้นที่ใช้งานรถเป็นหลัก และลักษณะการใช้งานว่าเป็นส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์
ประกันสุขภาพ
อายุ เพศ ประวัติสุขภาพและโรคประจำตัว พฤติกรรมเสี่ยงเช่นการสูบบุหรี่ อาชีพและกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ รวมถึงประวัติครอบครัวในบางกรณี
ประกันบ้านและทรัพย์สิน
อายุและสภาพของสิ่งปลูกสร้าง วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ทำเลที่ตั้งและความเสี่ยงภัยธรรมชาติในพื้นที่ ระบบป้องกันความเสี่ยงที่มีอยู่ เช่น ระบบดับเพลิงหรือระบบรักษาความปลอดภัย
ประกันธุรกิจ
ประเภทของธุรกิจและความเสี่ยงเฉพาะของอุตสาหกรรมนั้น ขนาดของธุรกิจ มาตรการความปลอดภัยที่มีอยู่ และประวัติการเกิดความเสียหายในอดีต
ตารางตัวอย่างผลการพิจารณา Underwriting
| ระดับความเสี่ยง | ระดับความเสี่ยง | ผลการพิจารณา |
| ความเสี่ยงต่ำกว่ามาตรฐาน | ปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย | อนุมัติ อาจได้รับเบี้ยลดพิเศษ |
| ความเสี่ยงมาตรฐาน | ปัจจัยเสี่ยงทั่วไป | อนุมัติตามเงื่อนไขปกติ |
| ความเสี่ยงสูงกว่ามาตรฐาน | มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น | อนุมัติแต่เบี้ยสูงขึ้นหรือมีเงื่อนไขเพิ่ม |
| ความเสี่ยงสูงเกินรับได้ | ปัจจัยเสี่ยงสูงมาก | ปฏิเสธการรับประกัน |
เมื่อถูกปฏิเสธหรือได้เงื่อนไขที่ไม่พอใจ ทำอย่างไรได้บ้าง?
ลองสมัครกับบริษัทอื่น
แต่ละบริษัทมีเกณฑ์ Underwriting และความเชี่ยวชาญในความเสี่ยงแต่ละประเภทแตกต่างกัน บริษัทหนึ่งอาจปฏิเสธ แต่อีกบริษัทอาจรับประกันได้ในเงื่อนไขที่เหมาะสมกว่า
ปรับปรุงปัจจัยความเสี่ยงที่ควบคุมได้
เช่น ถ้าเป็นเรื่องของระบบป้องกันไฟไหม้ในอาคาร การติดตั้งระบบเพิ่มเติมอาจช่วยให้ได้รับการอนุมัติหรือเบี้ยที่ดีขึ้นในการสมัครครั้งต่อไป
ปรึกษานายหน้าเพื่อหาบริษัทที่เหมาะสม
นายหน้าที่มีความเชี่ยวชาญจะรู้ว่าบริษัทใดมีความเชี่ยวชาญในการรับประกันความเสี่ยงประเภทใด และสามารถช่วยนำเสนอข้อมูลของคุณในมุมที่เหมาะสมกับเกณฑ์ของแต่ละบริษัท
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง
คุณสุรชัยเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าประเภทเคมีภัณฑ์ เมื่อยื่นขอทำประกันอัคคีภัยกับบริษัทแรก ถูกปฏิเสธเนื่องจาก Underwriter ประเมินว่าความเสี่ยงไฟไหม้จากสารเคมีสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่บริษัทรับได้ในขณะนั้น
คุณสุรชัยปรึกษานายหน้าและได้ทำการปรับปรุงระบบป้องกันไฟไหม้ในอาคาร ติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติและจัดเก็บสารเคมีตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด
หลังจากปรับปรุงแล้ว นายหน้าได้นำเสนอข้อมูลพร้อมรายละเอียดมาตรการความปลอดภัยใหม่ให้กับบริษัทประกันอีกแห่งหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการรับประกันโกดังสารเคมี ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่รับได้ และอนุมัติการรับประกันโดยมีเบี้ยที่สูงกว่าอาคารทั่วไปแต่อยู่ในเกณฑ์ที่คุณสุรชัยรับได้
สิ่งที่ผู้เอาประกันควรเข้าใจ
การถูกปฏิเสธหรือได้รับเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าปกติ ไม่ได้หมายความว่าผู้ขอเอาประกันมีปัญหาเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะบริษัทนั้นไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความสามารถในการรับความเสี่ยงประเภทนั้นในขณะนั้น
การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องตั้งแต่แรกตามหลักการแถลงข้อความจริง จะช่วยให้ Underwriter สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ และอาจได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
สรุป
การประเมินความเสี่ยงหรือ Underwriting คือกระบวนการที่บริษัทประกันใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้ขอเอาประกันแต่ละราย เพื่อกำหนดว่าจะรับประกันหรือไม่ ในเงื่อนไขแบบใด และด้วยเบี้ยเท่าไหร่ การเข้าใจกระบวนการนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมเบี้ยประกันของแต่ละคนแตกต่างกัน และรู้ว่าหากได้รับเงื่อนไขที่ไม่พอใจ ยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถดำเนินการได้ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการทำประกันเสมอไป
ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ
คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์
รหัสนายหน้า AM00035138
ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357
ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901
โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k
ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138 ื
www.srikrungmgmnetwork.com | www.ศรีกรุง.com