13 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วมกับการประกันภัย: ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เจ้าของรถและบ้านควรรู้
จากกรณีความเสียหายจากน้ำท่วมขังและรถถูกน้ำท่วมแช่ขังเป็นเวลานานที่เคยกล่าวถึงไปแล้ว นอกเหนือจากการประเมินค่าสินไหมรถยนต์ชั้น 1 ยังมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการประกันภัยพิบัติน้ำท่วมที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์และผู้ใช้รถควรรู้ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและไม่เสียสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
1. ประกันภัยบ้านและสิ่งปลูกสร้างคุ้มครองน้ำท่วมอย่างไร?
ประกันภัยสำหรับบ้านและที่อยู่อาศัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่ต้องทำความเข้าใจ:
ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย (ความคุ้มครองพื้นฐาน): โดยทั่วไปจะมีความคุ้มครองภัยธรรมชาติพื้นฐาน (ลมพายุ, น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, ลูกเห็บ) รวมกันทุกภัยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ หรือ การซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม: คุ้มครองความเสียหายจริงตามทุนประกันภัยที่ระบุไว้ โดยครอบคลุมทั้งตัวโครงสร้างบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน (ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในกรมธรรม์)
ทรัพย์สินที่ได้รับความคุ้มครอง
ตัวอาคารและสิ่งปลูกสร้าง: โครงสร้างบ้าน ผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน
เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน และของใช้ในบ้านที่เสียหายจากน้ำท่วม
ข้อยกเว้นสำคัญ: เงินสด อัญมณี พระเครื่อง โบราณวัตถุ และต้นไม้/สวน มักไม่รวมอยู่ในความคุ้มครองมาตรฐาน
2. ประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่นๆ (2+, 3+) กับภัยน้ำท่วม
ผู้ใช้รถหลายท่านเข้าใจผิดว่ามีเพียงประกันภัยชั้น 1 เท่านั้นที่คุ้มครองน้ำท่วม แต่ในปัจจุบัน ประกันภัยประเภทอื่นๆ มีตัวเลือกความคุ้มครองน้ำท่วมดังนี้:
ประกันภัยชั้น 2+ (แพ็กเกจพิเศษคุ้มครองน้ำท่วม): หลายบริษัทประกันภัยมีแพ็กเกจชั้น 2+ Special ที่ระบุความคุ้มครองน้ำท่วมโดยเฉพาะ โดยมีวงเงินความคุ้มครองตั้งแต่ 100,000 ถึง 200,000 บาท (หรือตามทุนประกันที่เลือก)
ประกันภัยชั้น 3+: ส่วนใหญ่ไม่คุ้มครองน้ำท่วม ยกเว้นบางกรมธรรม์ที่ซื้อสัญญาเพิ่มเติมเรื่องภัยธรรมชาติ
ประกันภัยชั้น 2 และ ชั้น 3: ไม่คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมทุกกรณี
3. ข้อยกเว้นและจุดควรระวังในการเคลมน้ำท่วม
บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หากพบว่าความเสียหายเกิดจากพฤติกรรมความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือการกระทำของผู้เอาประกันเอง:
การจงใจขับรถลุยน้ำท่วมสูง: หากมีสัญญาณเตือน ป้ายห้าม หรือเจ้าหน้าที่เตือนแล้ว แต่ยังฝืนขับเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมสูงจนเครื่องยนต์ดับ อาจถูกพิจารณาว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
การสตาร์ทรถซ้ำหลังน้ำลด: หากรถจมน้ำแล้วผู้เอาประกันพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์เองหลังจากน้ำลด ส่งผลให้น้ำถูกดูดเข้าสู่ห้องเผาไหม้จนเครื่องยนต์พังเสียหายหนัก (Engine Hydrostatic Lock) ความเสียหายส่วนเพิ่มจากการสตาร์ทรถอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง
การปล่อยปละละเลยไม่ย้ายทรัพย์สิน: กรณีประกันภัยบ้าน หากทราบล่วงหน้าและมีเวลาพอในการขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง แต่ปล่อยปละละเลย อาจมีผลต่อการพิจารณาสินไหม
4. แนวทางการเตรียมตัวทำประกันภัยรับมือฤดูมรสุม
ตรวจสอบระยะเวลารอคอย (Waiting Period): การซื้อประกันภัยบ้านหรือประกันภัยรถยนต์ก่อนช่วงน้ำท่วมกระทันหัน บางกรมธรรม์อาจมีระยะเวลารอคอย 7 - 15 วัน
ถ่ายรูปบันทึกทรัพย์สินก่อนเกิดเหตุ: ถ่ายภาพบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสภาพรถยนต์เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ทบทวนทุนประกันภัย: ตรวจสอบว่าทุนประกันภัยครอบคลุมมูลค่าทรัพย์สินจริงหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านที่มีการตกแต่งเพิ่มเติม
จัดเก็บเอกสารสำคัญ: เก็บกรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารสำคัญไว้ในที่แห้ง ปลอดภัย หรือถ่ายสำเนาบันทึกไว้ในรูปแบบดิจิทัล
ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองภัยน้ำท่วมตามประเภทกรมธรรม์
| ประเภทกรมธรรม์ | ความคุ้มครองตัวรถ / อาคาร | ความคุ้มครองทรัพย์สินภายใน | วงเงินชดเชยโดยประมาณ |
| ประกันรถยนต์ ชั้น 1 | คุมครองตามวงเงินทุนประกัน | ไม่คุ้มครองของส่วนตัวในรถ | ตามทุนประกันภัย (80-90% ของราคาตลาด) |
| ประกันรถยนต์ ชั้น 2+ (ระบุคุ้มครองน้ำท่วม) | คุมครองตามวงเงินที่ระบุ | ไม่คุ้มครองของส่วนตัวในรถ | 100,000 - 200,000 บาท (ตามแพ็กเกจ) |
| ประกันรถยนต์ ชั้น 3+ / ชั้น 3 | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | 0 บาท (เว้นแต่ซื้อสัญญาขยายเพิ่ม) |
| ประกันอัคคีภัยบ้าน (หมวดภัยธรรมชาติ) | คุ้มครองตัวอาคาร | คุ้มครอง(หาซื้อระบุเพิ่ม) | รวมภัยธรรมชาติพื้นฐานไม่เกิน 20,000 บาท/ปี |
| ประกันภัยบ้านและพิบัติภัย | คุ้มครองตัวอาคาร | คุ้มครองตามวงเงิน | ตามทุนประกันภัยที่ทำไว้ |
สรุป
การทำประกันภัยรับมือกับภัยน้ำท่วมเป็นเรื่องของการวางแผนล่วงหน้าและการเข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างถูกต้อง การเลือกประเภทประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง รวมถึงการปฏิบัติอย่างถูกวิธีเมื่อเกิดเหตุ จะช่วยลดภาระทางการเงินและปกป้องทรัพย์สินของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ
คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.)
รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์
รหัสนายหน้า AM00035138
ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357
ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901
โทร 086-890-1888
LINE: @kml3166k
ซื้อประกันออนไลน์: https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138
www.srikrungmgmnetwork.com | www.ศรีกรุง.com