น้ำท่วมมาเยือน... "บ้าน" และ "รถ" คุ้มครองต่างกันอย่างไร? เรื่องสำคัญที่คนมีทรัพย์สินต้องรู้

15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำท่วมมาเยือน... "บ้าน" และ "รถ" คุ้มครองต่างกันอย่างไร? เรื่องสำคัญที่คนมีทรัพย์สินต้องรู้

น้ำท่วมมาเยือน... "บ้าน" และ "รถ" คุ้มครองต่างกันอย่างไร? เรื่องสำคัญที่คนมีทรัพย์สินต้องรู้

หลังจากที่เราได้เจาะลึกประเด็นความเสียหายและการเคลมกรณีรถยนต์ถูกน้ำท่วมแช่ขังกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาขยายมุมมองให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเปรียบเทียบความคุ้มครองภัยน้ำท่วมระหว่าง "ประกันภัยบ้าน" และ "ประกันภัยรถยนต์" รวมถึงประเด็นเงื่อนไขและข้อยกเว้นที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้องครบถ้วนครับ

ประกันภัยบ้านกับภัยน้ำท่วม: ความคุ้มครองตัวอาคารและทรัพย์สิน
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า "ประกันอัคคีภัยบ้าน" ให้ความคุ้มครองเฉพาะไฟไหม้ แต่ในความเป็นจริง กรมธรรม์อัคคีภัยมาตรฐานสำหรับที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมีการขยายความคุ้มครองไปยัง "ภัยธรรมชาติ" รวมไปถึงภัยน้ำท่วมด้วยครับ

1. ความคุ้มครองโครงสร้างตัวบ้าน (Building Coverage)
สิ่งที่คุ้มครอง: โครงสร้างหลักของบ้าน ได้แก่ ฐานราก เสา ผนัง ปูน ฝ้าเพดาน และประตูหน้าต่างที่ยึดติดกับตัวอาคาร
การชดเชย: ประเมินจากค่าซ่อมแซมหรือค่าก่อสร้างใหม่ตามจริงเพื่อคืนสภาพเดิม ไม่รวมมูลค่าของที่ดิน
2. ความคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน (Contents Coverage)
สิ่งที่คุ้มครอง: เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และสิ่งของที่อยู่ภายในบ้าน
ข้อระวัง: ทรัพย์สินบางประเภทอาจมีข้อยกเว้นหรือไม่รวมอยู่ในวงเงินมาตรฐาน เช่น เงินสด ทองคำ อัญมณี โบราณวัตถุ หรือเอกสารสำคัญ เว้นแต่จะมีการระบุซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมพิเศษ
3. เงื่อนไขและขีดจำกัดของภัยน้ำท่วมในกรมธรรม์บ้าน
กรมธรรม์อัคคีภัยมาตรฐาน: มักเพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว) รวมกันอยู่ โดยมีวงเงินจำกัด (Sub-limit) เช่น คุ้มครองไม่เกิน 20,000 – 50,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
ประกันภัยเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR - All Risks): หากต้องการความคุ้มครองน้ำท่วมในวงเงินที่สูงขึ้นตามมูลค่าบ้านจริง สามารถเลือกทำประกันภัยเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ซึ่งจะให้วงเงินคุ้มครองภัยน้ำท่วมที่ยืดหยุ่นและสูงกว่ากรมธรรม์อัคคีภัยพื้นฐาน


ประกันภัยรถยนต์กับภัยน้ำท่วม: มุมมองใหม่และข้อยกเว้นที่ต้องระวัง
หลายคนคิดว่าต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นจึงจะคุ้มครองน้ำท่วม แต่ในปัจจุบันทางเลือกในการคุ้มครองมีความหลากหลายมากขึ้นครับ

1. ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+ ก็คุ้มครองน้ำท่วมได้
แผนประเภท 2+ / 3+ Special: ในปัจจุบันหลายบริษัทประกันภัยได้ออก ผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+ ที่มีการขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วม (Flood Coverage Extension) เพิ่มเติม
ข้อดี: จ่ายเบี้ยประกันประหยัดกว่าประกันภัยชั้น 1 แต่ยังได้รับวงเงินคุ้มครองกรณีรถถูกน้ำท่วมตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ตกลงไว้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเซฟค่าใช้จ่ายแต่ยังกังวลเรื่องน้ำท่วม
2. ข้อยกเว้นสำคัญที่ประกันภัยรถยนต์ไม่จ่าย!
แม้จะมีประกันภัยที่ครอบคลุมน้ำท่วม แต่หากเกิดกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมได้ครับ:


การจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง: เช่น เห็นชัดเจนว่าเส้นทางข้างหน้ามีน้ำท่วมสูงมากและมีป้ายเตือนแล้ว แต่ยังฝืนขับลุยเข้าไปจนรถดับและเครื่องยนต์เสียหาย 


การพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะรถจมน้ำ: หากรถดับกลางน้ำท่วมแล้วผู้ขับพยายามสตาร์ทเครื่องซ้ำ ทำให้น้ำถูกดูดเข้าสู่ห้องเผาไหม้จนเครื่องยนต์พังเสียหายหนัก (Hydrostatic Lock) ความเสียหายตรงส่วนนี้อาจถูกประเมินว่าเกิดจากผู้ขับขี่เอง


การดัดแปลงสภาพรถ: หากมีการดัดแปลงเครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้าที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน จนเป็นสาเหตุให้ระบบล้มเหลวเมื่อถูกน้ำ

ตารางเปรียบเทียบ: ประกันภัยบ้าน vs ประกันภัยรถยนต์ เมื่อเจอน้ำท่วม

ประเด็นการคุ้มครองประกันภัยบ้าน (House Insurance)ประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)
ขอบเขตการคุ้มครองตัวอาคาร, โครงสร้าง, ฝ้า, พื้น และทรัพย์สินภายในตัวรถยนต์, เครื่องยนต์, ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ตกแต่ง
ประเภทกรมธรรม์ที่คุ้มครองอัคคีภัย (วงเงินจำกัด) / ประกันเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR)ประกันชั้น 1 / ประกันชั้น 2+ และ 3+ (บางแผนที่ขยายคุ้มครอง)
ข้อยกเว้นสำคัญเงินสด, ทองคำ, ทรัพย์สินมูลค่าสูงที่ไม่ได้ระบุการเจตนาขับลุยน้ำท่วมสูง / การสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำขณะจมน้ำ
ลักษณะการประเมินค่าสินไหมประเมินตามค่าซ่อมแซมจริงหรือค่าซื้อทดแทนซ่อมแซมตามจริง หรือ จ่ายเต็มทุนประกันกรณี Total Loss


สรุปและข้อแนะนำ
ทั้ง ประกันภัยบ้าน และ ประกันภัยรถยนต์ ต่างมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อเกิดวิกฤตน้ำท่วม การตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากขึ้น:


หมั่นเช็ควงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติ: ตรวจสอบว่าประกันบ้านที่มีอยู่คุ้มครองภัยน้ำท่วมเท่าไหร่ เพียงพอต่อความเสี่ยงหรือไม่
เลือกรถเลือกระดับประกันให้เหมาะสม: หากไม่อยากทำชั้น 1 ควรมองหาประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ที่ระบุความคุ้มครองน้ำท่วมไว้อย่างชัดเจน
ตั้งสติเมื่อเกิดเหตุ: หลีกเลี่ยงการสร้างความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น การพยายามขับลุยน้ำลึก หรือการสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่อรถดับกลางน้ำ

ปรึกษาเรื่องประกันวินาศภัยได้เลยครับ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


อยากมีอาชีพที่บริหารเวลาเองได้ รายได้ไม่มีเพดาน สนใจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย เราพร้อมสอน พร้อมสนับสนุน ให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ


คุณพรรณเชษฐ รนที (โค้ช ช.) รองกรรมการฝ่ายบริหาร ระดับ Platinum | ศรีกรุงโบรคเกอร์ รหัสนายหน้า AM00035138 ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ 6304012357 ใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต เลขที่ 6303006901 โทร 086-890-1888 LINE: @kml3166k ซื้อประกันออนไลน์:

https://share.724.co.th/insure/a/motor/AM00035138 

www.srikrungmgmnetwork.com  | www.ศรีกรุง.com 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้